
จากเรื่องที่แล้ว ที่เล่าว่า พอเราไม่ทำอย่างนึง เราก็มีเวลาไปทำอีกอย่างนึง
พอเราไม่ต้องขายอาหาร เราก็ไม่ต้องไปตลาด ไม่ต้องเตรียมผัก ไม่ต้องล้างจาน
ไม่ต้องล้า ไม่ต้องเหนื่อยมาก
เริ่มแจกจานชาม ช้อนซ่อม หม้อไห ครก แก้วน้ำ เครื่องปั่น หม้อหุงข้าว โต๊ะ เก้าอี้
เพื่อให้ร้านว่าง เราก็ว่าง ใจก็ว่างขึ้น
เริ่มมีเวลามาประดิษฐ์ โปสการ์ด
แต่ก่อนโปสการ์ด เราทำเองทุกใบ ตั้งแต่ไปเลือกกระดาษ เอาเท่าที่หาได้ในเมืองปาย
จะมาหากระดาษสีครีมนวล หรือสีเอิร์ทโทนสวย ๆ นั้น คงไม่มีใครเอาเข้ามาขายในปาย
เราก็คว้ากระดาษที่เด็ก ๆ เอาไว้ไปแปะทำบอร์ดในโรงเรียน สีส้ม สีเหลือง สีฟ้า
วาดรูปเอง เอา งาน paint ที่เราวาดเสร็จแล้ว มาถ่ายรูป อัดมาทำโปสการ์ด
แล้วมันก็เริ่มเอาภาพถ่ายมาแปะ กลายเป็นว่า คนชอบรูปถ่ายมากกว่า
ภาพวาดมันสนองคนวาด แต่คนซื้อ เค้าไม่รู้สึกมีส่วนร่วม
แต่ภาพถ่าย มันสร้างความรู้สึกกับคนซื้อได้
พอเสร็จโปสการ์ด ก็มีเวลาเหลืออีก เราก็มาคิดจะทำเสื้อ
แรก ๆ เราไม่มีเงินลงทุนพอจะสั่งเสื้อทีละ ร้อยตัว
เราก็ซื้อเสื้อเปล่า มาสกรีนเอง มันทำให้เราสกรีนเองได้หลายลาย
ลายละ 10 ตัว
แต่ก็สนุกดี ได้ฝึกทำ การสกรีนเสื้อก็เหมือน งาน printing
ทำจนรู้สึกว่า การออกแบบเสื้อก็เหมือนเรา paint ลงผ้าใบ
เริ่มสนุกออกแบบไปจนสกรีนไม่ทันแล้วคับท่าน
ต้องพึ่งอุตสาหกรรมแล้วเรา
ร้านมิตรไทยเลยเป็นเช่นนี้คับท่าน อุดสาหะกรรมไปแล้วคับพี่
จึงกลายเป็นร้านมิตรไทยอย่างเห็น
เพียงแค่เพราะว่า เราไม่ต้องไปทำอาหารอีก
ทุกวันนี้ ก็พยามหาเวลาไปทำอาหารกินบ้าง ฝีมือทำอาหารเริ่มจะตกซะแล้น









Recent Coments