17 พฤษภาคม 2551 19:04 น.
รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เผยพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มรวม 2,371 หมู่บ้านจาก 51 จังหวัด ชี้สถานการณ์ทุกจังหวัดยังปกติ ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุตาก-แม่ฮ่องสอนเสี่ยงดินถล่มในช่วงนี้สูง เหตุมรสุมตะวันตก ส่งผลดินภูเขาอุ้มน้ำมากขึ้น
(17พค.) ที่ห้องประชุมอบจ.ลำพูน นายเสถียร สุคนธ์พงเผ่า รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดสัมนา”เครือข่ายแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย”ภายในงานมีการอภิปรายเรื่อง”การเฝ้าระวังแจ้งเหตุเตือนภัยดินถล่ม” จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในสังกัดกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และมีชาวบ้านอาสาสมัครของจังหวัดลำพูนเข้าร่วมกว่า 300 คน
นายเสถียร กล่าวว่า หลังจากกรมทรัพยากรธรณีสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ดินไหล และดินร่วง และจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศไทย พบว่ามีทั้งหมด 51 จังหวัด จากทั้งหมด 76 จังหวัด คลอบคลุม 2,371 หมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่ทั้งภาคเหนือตอนบน และตอนล่าง ยกเว้น จ.ชัยนาท และภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน
ทั้งนี้ จ.ลำพูน เป็นอีก 1 จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่อภัยดินถล่ม เพราะอยู่ในเขตแนวเลื่อนแม่ทา โดยข้อมูลทางวิชาการระบุว่ามีโอกาสขยับตัวได้มากที่สุดของประเทศ จากรอยเลื่อนทั่วประเทศ 13 รอยเลื่อน โดยเฉพาะหากเกิดแผ่นดินไหว จะสามารถเกิดอัตราความรุนแรงและสร้างความเสียหายที่สังเกตได้ ขณะที่รอยเลื่อนอื่นในเขตภาคเหนือยังมีโอกาสเกิดเหตุภัยดินถล่ม เช่น ตาก แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน หรือ ในเขตรอยเลื่อนแม่จัน ของ จ.เชียงราย และรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ที่อยู่ในเขตภาคตะวันตกของประเทศ
นอกจากนี้ พบว่าในช่วงนี้ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน มีโอกาสเกิดฝนตกหนักและเกิดพายุรุนแรง ตามการรายงานสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่สภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามร่องความกดอากาศต่ำและทิศทางของลมมรสุมที่ไม่แน่นอน
นายเสถียร กล่าวอีกว่า หลังจากกรมทรัพยากรธรณีสำรวจ และทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยธรณีพิบัติแล้ว จึงเร่งหามาตรการศึกษาแนวทางป้องกัน ให้ชาวบ้านผู้เสี่ยงประสบภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยยอมรับว่าปัญหาภัยธรณีพิบัติเป็นเรื่องที่แก้ปัญหายาก เพราะเป็นภัยทางธรรมชาติ ซึ่งประเทศใหญ่ เช่น ญี่ปุ่นและอเมริกา ยังไม่สามารถป้องกันได้เช่นกัน แต่ขณะนี้สถานการณ์ทุกจังหวัดยังคงเป็นปกติและไม่น่าวิตกกังวล
อย่างไรก็ดี ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกแห่ง มีโอกาสประสบภัยพิบัติเท่ากัน และขณะนี้ไม่มีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งหากพื้นที่เสี่ยงภัยเกิดฝนตกหนักเกิดกว่า 100 มิลลิเมตร พื้นที่เสี่ยงภัยทุกจังหวัดย่อมประสบภัยดินถล่มเหมือนกัน ชาวบ้านต้องติดตามการรายงานสภาพอากาศ และสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการจัดสัมนาดังกล่าว กรมทรัพยากรธรณีจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2546 โดยตั้งเป้าจัดสัมนา 51 จังหวัดทั่วประเทศ โดย จ.ลำพูน เป็นจังหวัดที่มีการจัดสัมนาอันดับที่ 23 และมีเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเหตุภัยดินถล่ม ซึ่งผ่านการอบรมมาแล้ว 8 ครั้ง รวมอาสมัครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจาก 53 หมู่บ้าน จำนวน 450 คน จากพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด 107 หมู่บ้าน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2551 กรมทรัยากรธรณีตั้งเป้าจัดสัมนาเพียง 5 จังหวัด และยังไม่สามารถตั้งเป้าได้ว่า จะสามารถจัดสัมนาเครือข่ายเฝ้าระวังภัยดินถล่มครบ 51 หมู่บ้านในปีไหน เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ
ด้านนายวรวุฒิ ตันติวนิช ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ในระยะนี้ชาวบ้านทุกพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มทั้ง 51 จังหวัด มีโอกาสประสบภัยดินถล่มเท่ากัน โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนักมิลลิเมตร แต่ จ.ทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทยมีโอกาสประสบปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะเขต จ.ตาก ได้แก่ อ.แม่ระมาด อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง หรือ จ.แม่ฮ่องสอน ได้แก่ อ.สบเมย และ อ.สบเมย รวมถึง อ.อมก๋อย ของ จ.เชียงใหม่
เนื่องจากในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน โดยเป็นมรสุมที่มีกำลังค่อนข้างแรง เช่น พายุนาร์กีส เป็นต้น ทำให้ภูเขาตามแนวพื้นที่ดังกล่าวรับน้ำมากกว่าจังหวัดอื่น ซึ่งจะพบว่าเหตุการณ์ดินถล่มในเขต อ.แม่ละมาด จ.ตาก เมื่อปี 2545 เกิดจากมรสุมในช่วงเดือนพฤษภาคม
ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงกันยายน ประเทศไทยจะมีมรสุมจากฝั่งตะวันออก ทำให้ทั่วประเทศจะมีปริมาณน้ำฝนเท่ากัน ซึ่งในระยะนั้นพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มมากสุด จะอยู่ในเขตจังหวัดภาคเหนือ คือ น่าน แพร่ และเชียงราย ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีจะมีหมายเลขโทรศัพท์ ของเครือข่ายอาสาสมัครตามหมู่บ้าน เมื่อเกิดเหตุการณ์ความเดือดร้อน จะได้รับรายงานความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เผยพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มรวม 2,371 หมู่บ้านจาก 51 จังหวัด ชี้สถานการณ์ทุกจังหวัดยังปกติ ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุตาก-แม่ฮ่องสอนเสี่ยงดินถล่มในช่วงนี้สูง เหตุมรสุมตะวันตก ส่งผลดินภูเขาอุ้มน้ำมากขึ้น
(17พค.) ที่ห้องประชุมอบจ.ลำพูน นายเสถียร สุคนธ์พงเผ่า รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดสัมนา”เครือข่ายแจ้งเหตุธรณีพิบัติภัย”ภายในงานมีการอภิปรายเรื่อง”การเฝ้าระวังแจ้งเหตุเตือนภัยดินถล่ม” จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในสังกัดกรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและมีชาวบ้านอาสาสมัครของจังหวัดลำพูนเข้าร่วมกว่า 300 คน
นายเสถียร กล่าวว่า หลังจากกรมทรัพยากรธรณีสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่ม ดินไหล และดินร่วง และจัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศไทย พบว่ามีทั้งหมด 51 จังหวัด จากทั้งหมด 76 จังหวัด คลอบคลุม 2,371 หมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่อยู่บนพื้นที่ทั้งภาคเหนือตอนบน และตอนล่าง ยกเว้น จ.ชัยนาท และภาคใต้ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน
ทั้งนี้ จ.ลำพูน เป็นอีก 1 จังหวัดที่มีความเสี่ยงต่อภัยดินถล่ม เพราะอยู่ในเขตแนวเลื่อนแม่ทา โดยข้อมูลทางวิชาการระบุว่ามีโอกาสขยับตัวได้มากที่สุดของประเทศ จากรอยเลื่อนทั่วประเทศ 13 รอยเลื่อน โดยเฉพาะหากเกิดแผ่นดินไหวจะสามารถเกิดอัตราความรุนแรงและสร้างความเสียหายที่สังเกตได้ ขณะที่รอยเลื่อนอื่นในเขตภาคเหนือยังมีโอกาสเกิดเหตุภัยดินถล่ม เช่น ตาก แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน หรือ ในเขตรอยเลื่อนแม่จัน ของ จ.เชียงราย และรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ที่อยู่ในเขตภาคตะวันตกของประเทศ
นอกจากนี้ พบว่าในช่วงนี้ จ.ตาก และ จ.แม่ฮ่องสอน มีโอกาสเกิดฝนตกหนักและเกิดพายุรุนแรง ตามการรายงานสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่สภาพอากาศอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามร่องความกดอากาศต่ำและทิศทางของลมมรสุมที่ไม่แน่นอน
นายเสถียร กล่าวอีกว่า หลังจากกรมทรัพยากรธรณีสำรวจและทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยธรณีพิบัติแล้ว จึงเร่งหามาตรการศึกษาแนวทางป้องกันให้ชาวบ้านผู้เสี่ยงประสบภัยที่อาจเกิดขึ้น โดยยอมรับว่าปัญหาภัยธรณีพิบัติเป็นเรื่องที่แก้ปัญหายาก เพราะเป็นภัยทางธรรมชาติ ซึ่งประเทศใหญ่ เช่น ญี่ปุ่นและอเมริกา ยังไม่สามารถป้องกันได้เช่นกัน แต่ขณะนี้สถานการณ์ทุกจังหวัดยังคงเป็นปกติและไม่น่าวิตกกังวล
อย่างไรก็ดี ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยทุกแห่งมีโอกาสประสบภัยพิบัติเท่ากัน และขณะนี้ไม่มีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งหากพื้นที่เสี่ยงภัยเกิดฝนตกหนักเกิดกว่า 100 มิลลิเมตร พื้นที่เสี่ยงภัยทุกจังหวัดย่อมประสบภัยดินถล่มเหมือนกัน ชาวบ้านต้องติดตามการรายงานสภาพอากาศและสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการจัดสัมนาดังกล่าว กรมทรัพยากรธรณีจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2546 โดยตั้งเป้าจัดสัมนา 51 จังหวัดทั่วประเทศ โดย จ.ลำพูน เป็นจังหวัดที่มีการจัดสัมนาอันดับที่ 23 และมีเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเหตุภัยดินถล่ม ซึ่งผ่านการอบรมมาแล้ว 8 ครั้ง รวมอาสมัครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยจาก 53 หมู่บ้าน จำนวน 450 คน จากพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งหมด 107 หมู่บ้าน ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2551 กรมทรัยากรธรณีตั้งเป้าจัดสัมนาเพียง 5 จังหวัด และยังไม่สามารถตั้งเป้าได้ว่าจะสามารถจัดสัมนาเครือข่ายเฝ้าระวังภัยดินถล่มครบ 51 หมู่บ้านในปีไหน เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ
ด้านนายวรวุฒิ ตันติวนิช ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ในระยะนี้ชาวบ้านทุกพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มทั้ง 51 จังหวัด มีโอกาสประสบภัยดินถล่มเท่ากัน โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนักมิลลิเมตร แต่ จ.ทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทยมีโอกาสประสบปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะเขต จ.ตาก ได้แก่ อ.แม่ระมาด อ.แม่สอด อ.ท่าสองยาง หรือ จ.แม่ฮ่องสอน ได้แก่ อ.สบเมย และ อ.สบเมย รวมถึง อ.อมก๋อย ของ จ.เชียงใหม่
เนื่องจากในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน โดยเป็นมรสุมที่มีกำลังค่อนข้างแรง เช่น พายุนาร์กีส เป็นต้น ทำให้ภูเขาตามแนวพื้นที่ดังกล่าวรับน้ำมากกว่าจังหวัดอื่น ซึ่งจะพบว่าเหตุการณ์ดินถล่มในเขต อ.แม่ละมาด จ.ตาก เมื่อปี 2545 เกิดจากมรสุมในช่วงเดือนพฤษภาคม
ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงกันยายน ประเทศไทยจะมีมรสุมจากฝั่งตะวันออก ทำให้ทั่วประเทศจะมีปริมาณน้ำฝนเท่ากัน ซึ่งในระยะนั้นพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มมากสุดจะอยู่ในเขตจังหวัดภาคเหนือ คือ น่าน แพร่ และเชียงราย ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณีจะมีหมายเลขโทรศัพย์ของเครือข่ายอาสาสมัครตามหมู่บ้าน เมื่อเกิดเหตุการณ์ความเดือดร้อนจะได้รับรายงานความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
Tags: แม่ฮ่องสอน, เตือนภัย, น้ำท่วม









Recent Coments