09::seaven days ของสกนธ์ สังขมี – ตอนที่2

บทสัมภาษณ์จากนิตยสาร LUSH / ปีที่1 ฉบับที่02 มีนาคม 2548 โดย กว่าชื่น

———————————————————————————————————————-

seaven days ของสกนธ์ สังขมี – ตอนที่1

ส่วนงานที่เป็นศิลปะแท้ๆสกนธ์บอกว่าเป็นสิ่งที่อยากทำ“เอาเป็นรายได้น่ะ ไม่เท่าไหร่ คล้ายๆกับร้อยเปอร์เซนต์ ครึ่งหนี่งเราทำเป็นสินค้า อีกครึ่งหนึ่ง เราต้องทำเป็นศิลปะนะ คือถ้าจะทำให้ขายของอย่างเดียว รวยตายเลย ไม่ต้องเอาเงินไปซื้อสี ซื้อผ้าใบ เราก็มีร้านเดิมไว้เป็นทุน

แล้วเราก็มีงานศิลปะของเรา เล่นแบบไม้ยืนต้น มันต้องโตสักวันหนึ่ง คือร้านเดิม(ที่ขายโปสการ์ดและสินค้า) ก็ต้องเป็นทุน”

เมื่อทำร้านมิตรไทยได้ไม่นานสกนธ์ก็ซื้อที่ดินเล็กๆ ผืนหนึ่งที่ชายทุ่งนอกเมือง คล้ายกับจะลงหลักปักฐาน
“มันเกิดจากผมวาดรูปมาชุดหนึ่ง กะว่าจะเอาลงไปแสดงที่กรุงเทพ ก็มานั่งคำนวณค่าใช้จ่าย ไหนจะค่าขนส่ง ค่าพิมพ์สูจิบัตร ราวๆ 3 หมื่น รวมๆก็ซัก 5-6 หมื่น แล้วไม่รู้ยังไง เรื่องที่มันแว่บขึ้นมา เราก็คิดว่า เงินมันมากขนาดซื้อที่ได้เลย ไปๆมาๆ ก็เลยซื้อที่เลย ไม่แสดงงานแล้ว แต่ว่าซื้อที่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรนะ เป็นที่เฉยๆ อีก2-3 ปีถึงได้มีตังปลูกบ้าน”

แล้วก็เป็นเรื่องเหมือนบังเอิญอีกคราว เมื่อมิตรไทยอาร์ตแกลลอรี่ก็เกิดขึ้นมา เพราะสกนธ์เกิดความตั้งใจ จะนำผลงานไปแสดงที่กรุงเทพอีก

“ก็กำลังคิดว่าจะเอางานไปแสดง คิดไปคิดมา พอดีตึกนี้สร้างเสร็จ ก็คิดว่าระหว่างเอาเงินไปกรุงเทพ
เราทำที่นี่เป็นอาร์ตแกลอรี่เลยดีกว่า เพราะถ้าไปกรุงเทพ นอกจากจะลำบากแล้ว เรายังไม่ได้อะไรเลย ทำของเราเองดีกว่า”

มิตรไทยอาร์ตแกลลอรี่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2547 ที่ผ่านมา แสดงงานชุดแรกของวันเพ็ญ สังขมี ซึ่งมีผลตอบรับพอสมควร

“ที่เป็นภาพถ่ายก็ตั้งราคา 1-2 พัน ส่วนงานเพนต์ก็แพงขึ้น 3-4 พัน รูปใหญ่ก็ถึง 2 หมื่น งานก็มีฝรั่งซื้อบ้าง”

เราสงสัยเรื่องตั้งราคางานศิลปะ

“ไม่รู้หรอก ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าราคามันตั้งมาจากตรงไหน คือสมัยก่อนเราเรียน เวลาเราไปดูงาน เราก็ยังสงสัย ทำไมงานนี้มันถึงแพง ก็เลยแบบลองๆตั้ง”

เมื่อมองไปที่งานชุด seven days ของสกนธ์ จะเห็นว่าราคาเป็น us ทั้งหมด
“เพราะไม่เคยมีคนไทยซื้อนี่ครับ มันก็เป็นจิตวิทยาการขายอย่างหนึ่ง คือพอฝรั่งเขามาดูงาน บางทีเขาเห็นราคาตัวเลขเยอะๆ เขาจะรู้สึกแพง ต้องคิดกันว่าตังเป็นดอลล่าร์เท่าไหร่ แต่ความรู้สึกแรกจะแพง อย่างรูปนี้ (monday) 1000 us ถ้าเขียนเป็นเงินบาท มันก็เป็น 40000 ก็จะรู้สึกว่าตัวเลขมันสูง อีกอย่างร้านของเราก็กำลังจะทำเวปไซต์ เป็นแกลลอรี่งานของเรา ซึ่งมันจะเผยแพร่ไปในเนต ก็ตั้งราคาเป็น us ไม่ได้กระแดะนะ(หัวเราะ) คือมันเป็นภาษาของมัน”

สำหรับงานชุด seaven days ที่กำลังแสดงอยู่นี้ ได้รับความสนใจระดับหนึ่ง ยังไม่ถึงขั้นซื้อ-ขายกันเยอะ แต่สกนธ์ก็ได้ถ่ายภาพงานของเขา ย่อลงในการ์ดเพื่อขายเป็นสินค้าด้วย ซึ่งก็พอขายได้

“ผมคิดถึงตอนเรียนหนังสือ ซึ่งผมจะมีเงินซื้อก็แค่สูจิบัตร ก็เหมือนกัน ผมก็มองว่าโปสการ์ดก็เป็นสินค้า คือคนทั่วไป ไม่มีตังค์ซื้องานศิลปะหรอก เราทำมันเป็นโปรดักส์เพื่อให้มันถูกลง ก็เหมือนเวลาเราไปเมืองนอก ไปดูงานศิลปะ แล้วซื้อเสื้อรูปงานนั้นของศิลปินมาหนึ่งตัว แค่นั้นก็ดีใจแล้ว ในแง่การขายก็ขายได้ แต่เยอะไม่เท่าพวกการ์ดเมืองปายหรอก ขายได้น้อยเราก็ทำไม่เยอะ ไม่เป็นไร”

ถึงวันนี้เราถามว่าสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ ได้ทำอย่างที่ต้องการหรือยัง สกนธ์ตอบว่า
“ไม่ค่อยมีเป้าหมายนะ อย่างงานศิลปะนี่เราเหมือนเล่น คล้ายๆเราอยู่ได้แบบที่มีอยู่ มีอาหารกิน มีรายรับหมุนเวียน เพราะงานศิลปะนี่เป็นธุรกิจยากมาก”

สกนธ์เล่าย้อนถึงบางขณะที่ขายงานได้โดยไม่คาดคิด
“ตอนโน้น…มีฝรั่งคู่นึง สามีภรรยามาจากสวิตเซอร์แลนด์ เขามาซื้องานเล็กๆไป 4 รูป เขาก็บอกว่า ถ้ามีงานใหม่ๆให้บอกเขานะ พอเราทำงานชุดใหม่ ตอนนั้นเป็นเรื่องวันเหมือนกัน เราก้อส่งแมสเสซไปบอกเขา เขาซื้อของเรา 7 รูป แล้วก็ ของก๋ำอีก มันทำให้เราคิดได้ว่า เอ๊ะเราขายทางอีเมลก็ได้นี่ มันมีที่ของมันอยู่ ซึ่งก็ทำให้เราคิดทำเวปไซต์ เพราะบางทีคนที่มาปาย
เขาอาจจะไม่ได้อยากมาดูงานศิลปะ เขาอาจจะอยากมาหนาว มาผิงไฟ ถ้าเราสร้างเวปของเรา ก็คงมีคนที่คุยภาษาเดียวกับเรา”

เราย้อนถามถึงการทำอาร์ตแกลลอรี่
“ก็รู้อยู่แล้ว ว่าศิลปะไม่มีคนดู จากประสบการณ์ของเราถ้าเราไปหอศิลป์เจ้าฟ้า เราไป 3 คน ก็มีคนเดินอยู่ 3 คนนั่นล่ะ เป็นเรื่องที่รู้ตัวอยู่แล้วว่าเรากำลังทำเรื่องที่ไม่เป็นธุรกิจ ทุกวันนี้ก็ใช้เงินจากร้านค้ามาช่วยอยู่แล้ว”

เป็นความตั้งใจที่จะทำ
อะไรก็ได้ขอให้สนุกที่จะทำ ไม่ค่อยคิดว่ารวยจนมากน้อย คืดเอาว่าถ้าสนุกเราก็ทำตรงนั้น หลังๆเลิกตั้งใจแล้วครับ คือเล่นไปกับมัน”สกนธ์มิตรไทย

จนวันนี้ สกนธ์เป็นชาวเมืองปายมา 8 ปี เขามองว่าเมืองปายมีความเปลี่ยนแปลงอันเป็นปกติ
“มีใครไม่เปลี่ยนบ้างผมถามหน่อย เมื่อก่อนคุณมาปาย คุณเป็นอย่างไรล่ะ นั่งรถอะไรมา ตอนนั้นทำอะไร มันเปลี่ยนไปใช่มั้ย เราก็เปลี่ยน ผมก็เปลี่ยน มันเปลี่ยนทุกคน เราต้องดูตัวเองด้วย ก่อนที่จะว่าอะไร หลายเรื่องเราเข้าใจได้ อย่างเรื่องปายมีเซเว่นอีเลเว่น ปายมีไฟแดง คนที่มาที่นี่แล้วมาเห็นอาจไม่ชอบใจ แต่ผมเข้าใจนะ ผมมองว่ามันคือความปกติ คือมนุษย์เปลี่ยนแปลงตลอด

ผมสงสัยว่าบางคนที่ต่อต้าน ที่ไม่ชอบ ก็ต้องต่อต้านตั้งแต่ปากซอยบ้านคุณสิ ผมจะดีใจมากที่ประเทศนี้มีผังเมือง แต่มันต้องมีทุกที่ ถ้าเราต่อต้าน เราก็ต้องทำจากบ้านเรา

ผมคิดว่าเราต้องการดู ‘ตุ๊กตา’ หลวงพระบางอย่างนั้นนะ ปายอย่างนี้นะ ทั้งที่จริงหลายๆเรื่องมันเปลี่ยนไป
เพราะการแลกเปลี่ยนกัน สมมติว่าเราไปหมู่บ้านชาวเขา ซึ่งหมู่บ้านนั้นมีนักท่องเที่ยวเข้าไปทุกอาทิตย์ เราทำกับเขาอย่างนั้นทุกอาทิตย์ กินเวลานาน ทริปต่อไปชาวเขาอาจจะหยิบมือถือถ่ายรูปได้ มาถ่ายรูปคุณ คุณจะรู้สึกสะเทือนมาก แต่แทนที่เราจะโกรธ เราต้องเข้าใจ เอ้อ..เราถ่ายรูปเค้ามาตั้งสามปี
เขาเพิ่งจะมีเอง คือเรานี่แหละเป็นคนเอาเข้าไป เราไปคิดว่าชาวเขาต้องเป็นอย่างนั้นอย่าสงนี้ ต้องใส่ชุดชาวเขา มุมมองของมนุษย์ล่ะ มันเป็นอย่างไร

“ผมคิดว่าถ้าเราจะว่าอะไร เราต้องคิดว่าเราเป็นรึเปล่า”

ในแง่ข่าวคราวที่เขียนเกี่ยวกับปาย สกนธ์มองว่า
“มันเป็นมุม 3 วัน เห็น 3 วัน ก็เหมือนรู้ตื้นลึกหนาบาง ทุกคนก็จะกลับไปเหมือนยำ คือถ้า 3 วันนั้นเจออะไร ก็จะกลับไปเขียนอย่างนั้น หรือไปเจอร้านอาหารไม่สะอาด เจออะไรไม่ดี มุม 3 วันมันสั้นมาก มันไม่แฟร์กับคนที่อยู่ที่นี่นะ หลายๆเรื่องมันเถียงได้หมด เช่นบางคนบอกว่า มีแต่ป้ายภาษาอังกฤษ มีแต่คนนอกมาหากินที่นี่ คือมันมีเหตุผลของมัน แล้วมีอะไรมาห้ามไม่ให้เราเคลื่อนที่บ้างวะ”

อยู่ปายเหงาไหม เป็นคำถามจากเรา
“ไม่เหงาเลย ผมอยู่กับตัวเองได้ อ่านหนังสือได้ กลายเป็นว่าปีที่ผมชอบที่สุดคือปีแรกที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย
บางทีเราทำกับข้าวใส่ถุงไปกินกลางทุ่ง นอนอ่านหนังสือ เหงาที่นี่ไม่มีเลย ผมว่าบางทีคนที่เหงา คือคนที่ไม่รู้จะทำอะไร”

สกนธ์ตอบคำถามของหลายๆคนที่ชอบถามเรื่องการอยู่ต่างจังหวัด
“คนชอบถามว่าอยู่ยากมั้ย เราก็บอกว่า ตอนที่เราจะมาอยู่ที่นี่ ถามใครมีแต่คนต่อต้านเราหมดเลย มึงจะไปทำอะไรวะ จะไปขายใคร แต่จากการที่เราอยู่มา เราพบว่ามันง่ายมาก

การอยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่ความยาก คนมองว่าต้องใช้เงินเท่านั้นเท่านี้ก่อนที่เราจะมาอยู่นี่ ตอนนั้นเจอพี่คนหนึ่ง เขาเป็นกลุ่มที่ขี่จักยานอยู่ราชบุรี ทำร้านหนังสือและขี่จักรยาน เราก็ไปขี่จักรยานกับเขา เขาเรียนจบที่กรุงเทพ แล้วย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัด เคยถามเค้าว่าอยู่ราชบุรีได้ยังไง เขาตอบว่าพวกมึงเรียนมาตั้งเยอะ ลองใช้สมองให้หมด เดี๋ยวมันก็ออกมาเอง

เรามาที่นี่ด้วยเงินสามหมื่นบาท อยู่มาได้ตั้งหลายปี เงินจำนวนนี้ถ้าอยู่กรุงเทพ บางคนเดือนนึงจะพอรึเปล่าไม่รู้ บอกว่ามันยากก็ยาก บอกว่ามันง่ายก็ง่าย”

สกนธ์ สังขมี ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับหนึ่ง เขาอยู่ที่ปาย เมืองเล็กๆ ระหว่างทางเชียงใหม่แม่ฮ่องสอน ยังคงทำงานที่ตัวเองรักอย่างต่อเนื่อง เล่นไปกับโลกที่เปลี่ยนแปลง มองความเคลื่อนไหวด้วยใจเป็นกลาง และสร้างงานศิลปะต่อไป

หากคุณไปที่อำเภอปาย ไปหาเขาได้ที่ร้านมิตรไทย และมิตรไทยอาร์ตแกลลอรี่ เขายินดีต้อนรับทุกคนเสมอ…ทั้งเจ็ดวัน

||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||

Technorati Tags: , , , , , ,

Advertisements

11 Responses to “09::seaven days ของสกนธ์ สังขมี – ตอนที่2”


  1. 1 ทอมครับ วันจันทร์, สิงหาคม 14, 2006 ที่ 3:40 pm

    อ่านแล้ว ผมอยากหลับตาแว๊บ ไปคุยกับพี่ที่ปายจัง….

  2. 2 ไฟน์ วันอังคาร, สิงหาคม 15, 2006 ที่ 12:51 pm

    เฮ้อ…………………..อ คิดถึงปาย เป็นเมืองที่ทำให้คนหลักลอยคนนึง อยากปักหลักลงไป ตรงที่ที่ไม่ใช่เลน (เข้าเวบม่ายได้อ่ะ)

  3. 3 ศรัทธา วันพฤหัส, สิงหาคม 24, 2006 ที่ 11:52 am

    อยากกราบพี่เลยครับ สุดยอดจริงๆ……………แบบว่าขนลุก…..

  4. 4 ดาว วันศุกร์, สิงหาคม 25, 2006 ที่ 4:01 pm

    โห พี่ขอบอกว่าเข้าใจความรู้สึกพี่มากกะการอยู่กรุงเทพ ขอนับถือในความใจเด็ดของพี่มาก

  5. 5 พันธุ์ วันพุธ, ตุลาคม 11, 2006 ที่ 9:53 am

    ก็ยินดีด้วยกับคุณสกนธ์ที่ได้ช่วยให้คนหลายคนคิดได้ว่า ยังมีสถานที่อีกหลายที่ ที่มันน่าอยู่อาศัย น่าหายใจ มากกว่า ณ ที่ไม่ใช่ กอ ทอ มอ และเมืองใหญ่ๆ อีกหลายเมือง

  6. 6 หนิงเอง วันเสาร์, พฤษภาคม 26, 2007 ที่ 1:13 pm

    เนี่ยถ้าไม่เหงา(อย่างแรง)ที่ลาว เราคงไม่ได้เจอเฮีย…เฮ้อ มันเหงาเพราะไม่มีอะไรทำจริง ๆแหละแต่ดีใจที่อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้คุยกับเฮีย

  7. 7 คุณแม่บ้าน วันพฤหัส, มกราคม 14, 2010 ที่ 12:25 pm

    นายคิดเข้าทีเสมอพิกน^^

  8. 8 ฮนกฮูก วันจันทร์, มกราคม 31, 2011 ที่ 12:36 am

    วันนี้เป็นวันที่สอง ที่มีเน็ตใช้ที่บ้าน ยอมรับคับว่าวนเข้า ออกเวบมิตรไทยนาน นมากกว่า…เพราะ ตอบเลย รายละเอียดเยอะเลยติดพัน มันก็ได้แรงขับเคลื่อนทางความคิดทำตามความฝันต่อไป ขอบคุณคับพี่

  9. 11 ป้ายโฆษณา วันศุกร์, มิถุนายน 24, 2011 ที่ 9:40 am

    อยากไปเที่ยว ปาย มั่งจังนาจะสนุกและน่าอยู่เนอะเพราะเห็นใคร ๆ ก็บอกให้ลองไปดู


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




  • 1,074,917 ดวงจิต

Mitthai links:)

about blog

Photobucket - Video and Image Hosting
ร้านมิตรไทย เป็นร้านขายของที่ระลึกๆเล็กๆ และกวนๆร้านหนึ่ง มีประชากรแสนขี้เกียจ 2 คน อยู่แถวๆ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ทางตอนใต้สุดของประเทศจีน
Mitthai Art Shop เป็นบล็อกที่พูดถึงปาย(pai),การใช้ชีวิตในอ.ปาย,ที่ท่องเที่ยวในอ.ปายจ.แม่ฮ่องสอน,โลกของร้านมิตรไทย,ข้อมูลอ.ปาย,ที่พักอ.ปาย,การเดินทางมาอ.ปาย,ร้านมิตรไทย,เสื้อยืดปาย,pai-t-shirt,โปสการ์ดปาย,จำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับอ.ปาย,เข็มกลัดอ.ปาย,utopai,ยูโทปาย,งานศิลปะ,ภาพถ่ายเมืองปาย,การถ่ายภาพ


%d bloggers like this: