13::วันเพ็ญ สังขมี เดินตามความฝันไปทันที่ “ปาย” ตอนที่2

พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Mars เดือนกุมภาพันธ์ 2549
รวมเล่มในพ็อคเก็ตบุ๊ค รวมสารคดีชีวิตข้น ๆ ของคนหนุ่มสาวจากนิตยสาร openนกของพระเจ้า” ของ นราวุธ ไชยชมภู

มิตรไทยปาย

วันเพ็ญ สังขมี เดินตามความฝันไปทันที่ “ปาย” ตอนที่1

เวลาหายไปไหน

แม้หนึ่งวันของเธอจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากับทุกคน แต่วันเพ็ญรู้สึกว่าเวลาในชีวิตของตัวเองหายไป
ทุกๆ เช้าวันเพ็ญขี่จักรยานไปทำงาน ถึงเหงื่อจะเหนียวเหนอะเปรอะตัว แต่หญิงสาวก็อาบน้ำแต่งตัวใหม่ที่ที่ทำงานได้ เพื่อจะไม่ต้องเดินทางด้วยรถเมล์

“ฉันเบื่อการเดินทางในกรุงเทพฯ เคยยืนโหนรถเมล์ รถก็ติด ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย ปรากฏว่าสลบ ล้มลงไปเลย ฉันชอบกรุงเทพฯ ตรงที่มีกิจกรรมศิลปะเยอะ มีหนังอาร์ตให้ดู แต่อากาศร้อนและสกปรก แถมอยู่กรุงเทพฯ แล้วไม่ค่อยว่าง แทบไม่ได้อ่านหนังสือหรือวาดรูป เวลาในชีวิตหายไป”
“เวลาหายไปไหน”

“ต้องเอางานกลับมาทำที่บ้าน พอเสร็จงานก็อยากดูหนัง ดูทีวี แล้วก็หลับ พอวันศุกร์อยากกินเหล้า เสาร์อาทิตย์ซักผ้า ทำความสะอาดห้อง เวลาก็หมดแล้ว ชีวิตวนเวียนแบบนี้”
ถามว่าโจรเวลาคือใคร ถามว่าคนที่ตัดสินใจว่าจะเปล่าเปลืองเวลาไปกับอะไร อย่างไร และที่ไหน คือใคร

“ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว”

“พอได้อ่าน ‘ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว’ แล้วรู้สึกว่า นี่กูมานั่งทำอะไร เงินสี่สิบล้าน ร้อยล้าน แล้วไงวะ สุดท้ายก็มีแต่ความเครียด หนังสือเล่มนี้บอกว่ามีวิธีอยู่ด้วยการพึ่งตนเอง ฉันอยากทำ อยากทดสอบ อยากเข้าใจตัวเอง อยากมีความสุขเลย อยากอยู่ต่างจังหวัด อยากปลูกต้นไม้ อยากสบาย ๆ ตื่นนอนเช้า ๆ แล้วได้กินกาแฟช้า ๆ ไม่ต้องรีบ อยากอ่านหนังสือก็อ่าน อยากวาดรูปก็วาด อยากขี่จักรยานก็ขี่ อยากเดินทาง อยากอยู่ว่าง ๆ โดยไม่ต้องทำงาน มันจะทำได้ไหม”

กราบเท้า

ถึงจะอยากไปอยู่ต่างจังหวัดใจแทบขาด แต่เงินออมหอมริบยังไม่มากพอ วันเพ็ญจึงอดทนทำงานต่อไป
ทำงานที่บริษัทโฆษณาแห่งใหม่ราวสองปี ปัญหาเดิม ๆ ก็ย้อนกลับมาหาเธออีกครั้ง
“ลูกค้าอยากลงหน้าหลังไทยรัฐ ก็ต้องพยายามซื้อให้ได้ และซื้อในราคาถูกที่สุด บริษัทเล็ก ถ้าซื้อใหม่ต้องจ่ายสด แต่บริษัทที่เคยซื้อจะได้ส่วนลด 5 เปอร์เซ็นต์ เจ้านายอยากได้ทั้งส่วนลดและเครดิต ฉันก็พยายามวิ่งเต้นหลายทาง ขอซื้อกับนายหน้าหลายคน จนนายหน้าคนหนึ่งมองว่าเราข้ามหน้าข้ามตา โทรมาด่า บอกว่าจะซื้อกับพี่ แล้วทำไมโทรไปหาอีกคน ทำแบบนี้ไม่ต้องซื้อกับพี่แล้ว คือสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน”

“เครียดสิกู ขนลุกเลย ถ้าไม่ซื้อกับคนนี้ แล้วจะซื้อกับใคร เพราะเขาเป็นเจ้าใหญ่มาก หัวหน้าบอกว่า ไม่ต้องเครียด เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปกราบเท้าขอโทษเขาที่ออฟฟิศ เท่านั้นล่ะ ปวดหัวมากเลย ทำไมกูต้องแบกหน้าไปอีก คิดมีเดียก็เครียดจะตายอยู่แล้ว ต้องวางแผนใช้เงินใช้สื่อ จองสื่อ แล้วต้องไปขอโทษคนอีก พอไปขอโทษ เขาก็ไห้อภัย ถ้าอยากได้ พี่ขายราคานี้ ต้องจ่ายสด และไม่ได้ส่วนลด การวิ่งเต้นที่ผ่านมาจึงไม่มีประโยชน์เลย”

‘มีบาทเดียวก็เริ่มต้นได้’

ครั้งหนึ่ง, วันเพ็ญไปขี่จักรยานที่ราชบุรีกับกลุ่มเพื่อนรุ่นพี่ พอขี่จักรยานจนเมื่อยแล้ว ทุกคนนั่งพักเหนื่อยล้อมวงพูดคุยกัน
“ก๋ำ เอ็งอยากทำอะไร” รุ่นพี่คนหนึ่งเปิดประเด็น
“อยากอยู่ต่างจังหวัด อาจจะกลับไปเปิดร้านเช่าวีดิโดที่เบตง เพราะชอบดูหนัง” หญิงสาวเผยความในใจ
“แล้วทำไมไม่ทำเลย” รุ่นพี่ถามต่อ
“จะทำเลยได้อย่างไร” เธอแย้งทันที “ยังไม่มีเงิน ต้องเก็บเงินก่อน” รุ่นพี่ซักต่อว่า “ต้องมีเงินสักเท่าไหร่ถึงจะไปได้”
“คงสักสองสามแสน” หญิงสาวตอบด้วยเสียงแผ่วเบา
“เก็บไปเถอะ ไม่มีทางได้หรอก ต้องเริ่มเลย มีบาทเดียวก็เริ่มได้ เรียนมาตั้งเยอะ ใช้สมองให้เต็มที่ เดี๋ยวก็อยู่ได้เอง” รุ่นพี่แนะนำ (ข้อเท็จจริง รุ่นพี่คนนี้คือ พี่วิรัช ตอนที่พบเขา ก็อายุประมาณ 36-38 พี่เขาเปิดร้านขายหนังสืออยู่ข้างร้านก๋วยเตี๋ยวไข่เป็นร้านของคุณแม่พี่เขา และพี่เขาชอบขี่จักรยาน จึงจัดทริบให้พวกชอบเหมือนกันมาขี่กันวันเสาร์อาทิตย์ และพี่เขาจบจากศิลปากร)

“กูต้องลาออก” วันเพ็ญบอกตัวเองดัง ๆ ในใจ
“กูไม่สนใจแล้วว่ามึงจะได้ไทยรัฐหรือเปล่า พอตัดสินใจได้ว่าจะออก ก็หลับสบายขึ้น ไม่มีอะไรต้องแบกไว้บนหลังอีกแล้ว”
ภาพเหล่านักท่องเที่ยวปายแบกเป้ใบโตแวบเข้าหัวผม
ตอนนั้นหญิงสาวยังไม่รู้เลยว่าจะไปอยู่จังหวัดไหน

‘บ้านกลางทุ่ง’

ล้อทั้งสี่สงบอยู่นิ่งในโรงรถ เดินอีกไม่กี่สิบก้าวก็ลอดผ่านประตูเข้าไปอีกห้องหนึ่งมิตรไทยปาบ ซึ่งไม่ต่างจากสตูดิโอศิลปะขนาดย่อม มีเฟรมภาพ ขวดสี และพู่กัน วางอยู่ตามมุมต่าง ๆ พอขึ้นบันไดไปชั้นที่สอง ห้องห้องนั้นก็เหมือนกับห้องสมุด มีพ็อกเก็ตบุ๊กและนิตยสารให้เลือกอ่านเต็มไปหมด ภาพวาดรูปหมาตกแต่งอยู่บนผนังด้านหนึ่ง ส่วนผนังอีกด้านเปิดโล่ง มีเปลผูกไว้เผื่ออยากนอนอ่านหนังสือ นอนเล่น นอนเฉย ๆ หรือนอนหลับก็เพลิดเพลินเช่นกัน ถ้ายังไม่อยากนอน สามารถเดินทะลุผนังอากาศออกไปยืนที่ระเบียงได้ เพียงมองออกไปจะเห็นทุ่งนาไกลสุดสายตา เห็นฝูงวัวควายกินหญ้าและหยอกล้อกันไปมา เห็นกระต๊อบหลังเล็กหลังใหญ่ เห็นชาวบ้านมุ่งหน้าไปที่ผืนดินของตัวเอง เห็นเทือกเขาเรียงรายลดหลั่นตรงขอบฟ้า เห็นก้อนเมฆโบยบินเอื่อยช้าตามแรงลม โดยมีบ้านหลังนี้ตั้งอยู่เพียงลำพังกลางท้องทุ่ง

“จริง ๆ แล้วมีที่ดินแค่ตรงบ้าน แต่พอมองออกไปแล้วเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของที่ดินเยอะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง พลางจิบกาแฟอุ่น ๆ
กว่าใบหน้าของวันเพ็ญจะยิ้มสดใสได้ขนาดนี้ มันผ่านการบูดบึ้งมาหลายหน เพราะทางบ้านไม่เข้าใจว่าบัณฑิตปริญญาตรีอย่างเธอจะอยู่ต่างจังหวัดทำไม เสียดายค่าปากกา สมุด หนังสือ และค่าเล่าเรียนเปล่า ๆ

“พ่อแม่ไม่เห็นด้วยเลย ด่าว่าชอบเที่ยวใช่ไหม ขี้เกียจใช่ไหม แต่ฉันดื้อ อยากอยู่ก็อยู่ เพราะอยากมีความสุข ถ้าตัวเองไม่มีความสุขก็ไม่สามารถช่วยใครได้ ต้องมีความสุขและรู้จักตัวเองก่อน ถึงจะช่วยคนอื่นได้ บอกคนอื่นได้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร แล้วจะบอกคนอื่นได้อย่างไรว่าเขาต้องทำอะไร เกิดมาชาติหนึ่งแล้ว ต้องได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ทุกวันนี้ครอบครัวก็เห็นว่าทำถูกแล้ว”

นอกจาก ‘ผ้าถุง’-แมวสีดำที่กำลังหลับสบายบนตักของวันเพ็ญ หญิงสาวอาศัยอยู่กับคนรัก-สกนธ์ สังขมี เพื่อนร่วมงานคนนั้น คนที่ยื่นหนังสือ ‘ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว’ ให้เธออ่าน
“พอดีอยากอยู่ต่างจังหวัดเหมือนกันเลยมาพร้อมกันเลย แต่ถึงไม่มีเขา ฉันก็คงมาปายอยู่ดี เพราะฉันใช้ชีวิตคนเดียวได้ ก่อนหน้านี้ก็อยู่อพาร์ตเม้นต์คนเดียว ดูหนังคนเดียว เดินห้างคนเดียว”
“แต่การมีใครสักคนเคียงข้าง มันก็อบอุ่นใช่ไหม”
“ใช่” เธอตอบทันที “มีคู่คิด มีกำลังใจ ไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยวจนเกินไป”

การมีใครคนหนึ่งเดินเคียงข้าง คอยประคับประคองช่วยเหลือบนท้องถนนอันขรุขระและลาดชันของชีวิต นับเป็นความงามที่สุดอย่างหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ เพราะเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับความเดียวดาย

ปายอยู่ที่ไหน?

“พี่ครับ ผมจะไปเปิดร้านกาแฟที่ปายแล้ว” เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งโทรศัพท์มาล่ำลาวันเพ็ญ
“อ้าวเหรอ” หญิงสาวนิ่งคิด ก่อนที่จะบอกว่า “รอด้วย อยากอยู่ต่างจังหวัดพอดี เดี๋ยวจะไปด้วย”
วันเพ็ญมาปายพร้อมเงินเก็บหกหมื่น อยู่บ้านเช่าหลังละห้าร้อยหารกับเพื่อนอีกสองชีวิตตกคนละ 167 บาท และออกเงินกองกลางอีกเดือนละพัน แต่ละเดือน ๆ หญิงสาวจึงมีรายจ่ายราว 1,167 บาท

“พอมาอยู่จริง ๆ ดีกว่าที่คิดอีก แต่คนอื่น ๆ ที่มา สักพักต้องเข้ากรุงเทพฯ คิดถึงเพื่อน คิดถึงแม่ อยากเดินห้าง อยากดูหนัง ฟุ้งซ่าน อยู่ไม่ได้ ฉันกลับรู้สึกว่าแต่ละวันมีสิ่งที่อยากทำอีกเยอะ ได้ใช้ชีวิตแบบอยากทำอะไรก็ทำ หัดเขียนหนังสือ หัดวาดรูป ถ้าตั้งใจทำจริงจังก็น่าจะพอมีรายได้ กะอยู่แบบนี้ไปจนตาย วันหนึ่ง พี่ชาติ-เจ้าของร้าน be bob บอกว่า เปิดร้านสิวะ จะเดินไปเดินมาเฉย ๆ ทำไม”

‘สองมือทำได้มากกว่าน้ำปั่น’

โดยส่วนใหญ่ ถ้าร้านอาหารขายดีต้องเพิ่มโต๊ะ แต่ร้านมิตรไทยขายดีจนต้องลดโต๊ะ
ตอนปีใหม่ คนอื่นเคานต์ดาวน์กันสนุกสนาน แต่เราต้องมานั่งล้างจาน มองหน้ากัน ทำไมเศร้าแบบนี้วะ สกนธ์บอกว่า กูเหนื่อย กูรู้สึกว่าเวลาในชีวิตหายไป นอนอ่านหนังสือเล่มหนึ่งได้ก็หลับ พอตื่นก็ยังไม่หายเหนื่อย ขายังไม่หายล้า สองมือทำได้มากกว่าล้างจานกับทำน้ำปั่น เลยตัดสินใจเลิก เลิกตอนขายดีเลย เงินลอยมาหน้าร้านแล้ว แต่ไม่เอา ทำไปก็ฝืนความรู้สึก มันไม่ใช่เราแล้ว มาถ่ายรูป วาดรูปให้จริงจังดีกว่า”

“ไม่เคยคิดว่ากูต้องรวย คิดแต่ว่าจะมีความสุขไหม เหนื่อยเกินไปไหม ดิ้นรนเกินไปไหม ถ้าเหนื่อยหยุดได้เลย ฉันไม่เสียดายร้านนี้สักนิด ถ้าวันหนึ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วว่ะ ฉันก็จะปิดร้านไปทำสิ่งที่อยากทำ”

องค์ประกอบชีวิต

ห่างจากร้านมิตรไทยไม่ถึงกิโลเมตรคือที่ตั้งของมิตรไทยอาร์ต แกลเลอรี่ Pretty woman นิทรรศการศิลปะครั้งที่สอง ของวันเพ็ญอวดสายตาอยู่บนผนัง
เส้นสีที่ปาดป้ายลงบนผืนผ้าใบนั้น มีทั้งความอ่อนโยนและความเข้มแข็ง คล้ายตัวตนของคนวาด
ไม่ได้เรียนศิลปะโดยตรง ผลงานทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากความรัก และความเอาจริงเอาจังทั้งสิ้น
หญิงสาวตั้งใจจะแสดงงานอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อปี

“การวาดรูปเป็นการแสดงออกที่บริสุทธ์ ไม่ต้องสนใจว่า คนดูจะเข้าใจไหม แถมยังราคาถูกอีกด้วย อย่าง Pretty woman ถ้าทำหนังต้องใช้เงินเป็นล้าน ถ้าเขียนหนังสือก็ไม่แพงนัก ใช้ปากกาแท่งเดียวกับกระดาษ แต่ยากและต้องอธิบายเยอะ ขณะที่ฉันเองไม่ชอบอธิบายชัดเจน การาดรูปจึงเป็นวิธีสื่อสารที่เหมาะกับฉัน”

หากมองออกไปนอกเฟรมภาพ เส้นและสีที่ร่างระบายลงบนผืนผ้าใบของลมหายใจจะสวยงามแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับศิลปะแขนงหนึ่ง
“ฉันชอบดูองค์ประกอบชีวิตว่าสมดุลไหม จะดูทุกวันว่าตรงไหนยุ่งเหยิง ตรงไหนว่างโหวง สำหรับฉัน ไม่ว่าองค์ประกอบภาพหรือองค์ประกอบชีวิตก็จัดไม่ยาก เพราะยากหรือไม่ยาก มันอยู่ที่ความคิด ถ้าเข้าใจตัวเอง ก็ไม่มีอะไรยากแล้ว จากนั้นก็แค่ลงมือทำ ลองดูว่าใช่ไหม ถ้าใช่ก็ทำต่อ ถ้าไม่ใช่ก็แก้ไข เหมือนวาดรูป ถ้าลงสีไปแล้วผิด ก็ลงสีใหม่ทับลงไป ฉันชอบดูมาก อยากเห็นว่าข้างล่างสีอะไร ข้างบนสีอะไร มันมีเรื่องราวในตัวเอง ชีวิตก็เหมือนกัน ทำไปเถอะ ถ้าผิดก็ทำใหม่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ เพราะไม่ว่าจะถูกหรือผิด มันก็คือตัวเรา
ศิลปะแขนงนั้นคือ-ศิลปะการใช้ชีวิต

“เมืองในฝัน”

หนุ่มสาวหลายคนออกเดินทางไกลไปเสาะแสวงหาบางสิ่ง มิตรไทยปาย06บางอย่างในเมืองต่าง ๆ ของโลก ไม่ว่านิวยอร์ก ลอนดอน ปารีส ปักกิ่ง โตเกียว หรือ ธรรมศาลา
แต่เก้าปีแล้วที่ “เมืองในฝัน” แห่งนี้คือปลายทางในชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่ง

“ปายน่าอยู่ ชาวบ้านน่ารักมาก อากาศดี แต่คนที่อยู่ที่นี่ต้องทำให้มันน่าอยู่ด้วย อย่าโลภมาก อย่าเบียดเบียน อย่าทำร้ายใคร อยู่แบบพอเพียง พยายามขัดเกลาจิตใจตัวเองให้สะอาดขึ้นเรื่อย ๆ เมืองนี้จะเป็นเมืองในฝันไหมก็ขึ้นกับตัวเรา การอยู่บนโลกนี้ ถ้ารับผิดชอบตัวเองให้ดี หาพอประมาณ ไม่ใช่ว่ากอบโกยเพื่อความมั่นคงตลอดชาติ เพราะคนคนหนึ่งก็ใช้นิดเดียว โลกจะน่าอยู่ขึ้น”

ผมมองคำว่า ‘Blossom’บนป้ายอีกครั้ง
คนหนุ่มสาวยุคนี้ก็คงเหมือนกับหนุ่มสาวยุคฉัน คือมีพวกค้นหาตัวเองกับไม่ค้นหา พวกค้นหาก็จะออกเดินทาง ส่วนพวกไม่ค้นหาก็จะเรียนหนังสืออย่างเดียว ไม่ทำกิจกรรมเลย ซึ่งฉันเกลียดมาก รู้ไหมว่ามันเป็นการกระทำที่โง่เหลือเกิน กิจกรรมในมหา’ลัยน่าทำมาก เก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้เยอะ ฟรีอีกต่างหาก”
การลงมือทำจริงเปิดโอกาสให้เราเผชิญปัญหา แล้วการแก้ไขปัญหาจะทำให้เราเรียนรู้ ซึ่งการเรียนรู้นี่เองทำให้คนคนหนึ่งเติบโต

ลองผิดลองถูก

เราอาจมีความรู้รอบตัวมากมาย ตั้งแต่ความกระจิดริดของอะตอม จนถึงเอกภพกว้างใหญ่ แต่ทุกครั้งที่สบตาตัวเองในกระจก ดูเหมือนเราจะไม่เคยรู้จักคนคนนั้นดีพอ
บางคนอาจรู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร แต่เขาไม่มีทางรู้ว่าอยากทำสิ่งนั้นจริงไหม จนกว่าจะลงมือทำจริง

“ถามว่าตอนจบมหา’ลัย คิดไหมว่าชีวิตจะเป็นแบบนี้ ไม่เคยมีในหัวเลย มันเกิดจากการลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ จนเป็นแบบนี้ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เป็นแบบนี้ก็คือประสบการณ์ที่ผ่านมา ฉันคิดว่าเกิดมาแล้ว อยากทำอะไร ทำเลย ไม่ทำไม่รู้ คิดดี ๆ แล้วลงมือเลย” เธอหยุดนิดหนึ่ง “แต่ฉันเป็นคนคิดแล้วทำเลย ไม่ค่อยกลัวอะไร”

“มีอะไรที่น่ากลัว แต่ไม่กลัว”

“คนอื่นกลัวไม่มีกิน เงินหมดแล้วกูจะทำอย่างไร หรือไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า ก็ยังไม่ลองทำเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไร อย่างตอนมาอยู่ปาย ฉันขนของมาอยู่ที่ปายเลย ไม่กลัวว่าจะอยู่อย่างไร นอนตรงไหน นอนได้หมด แรก ๆ เตียงยังไม่มีเลย มีแค่ถุงนอน หนาวจนปวดกระดูก นอนแบบนี้มาเป็นปี แต่มีความสุข ทุกวันนี้ลองใช้ชีวิตให้เหลือเงินศูนย์บาท ไม่มีสักบาทจะตายไหมวะ ก็ไม่เห็นหมดตัวสักที ไม่ว่าจะทำอะไร ถ้าตั้งใจทำ ไม่อดตายอยู่แล้ว ขอให้คิดแล้วลงมือทำ ย้ำว่าต้องทำอย่างตั้งใจ ไม่ใช่ทำมั่ว ๆ”

รู้จักตัวเอง

วันเพ็ญบอกว่าในการมีชีวิตอย ู่ไม่จำเป็นต้องรู้จักคนเยอะ คนคนหนึ่งที่ควรทำความรู้จักที่สุดคือตัวเอง
“ถ้ารู้จักตัวเอง ก็จะรู้ว่าตัวเองควรทำอะไรบ้าง วันหนึ่งฉันอาจจะไม่ชอบวาดรูปแล้ว ฉันก็ไม่เสียใจว่า เสียเวลาวาดรูปตั้งแปดปี ทำไม เพราะฉันได้ความสุขจากการวาดรูปไปแล้ว

ถ้ารู้สึกว่าอะไรที่ทำแล้วไม่ใช่ตัวเอง ก็จะเลิกทำทันที โดยไม่ลังเลเลย ถึงมันจะได้เงินเยอะ ฉันก็ไม่เสียดาย ไม่คิดเลยว่าเงินหายไปหลายหมื่น จะคิดทำไมให้เครียด ฉันก็ไปทำอย่างอื่นด้วยความสบายใจ พอสบายใจ มันก็มีพลังไปทำอะไรดี ๆ ได้อีกเยอะ ซึ่งอาจจะดีกว่าสิ่งที่เคยทำก็ได้”

“ตอนนี้รู้แล้วว่า ถ้าอยากเป็นผู้กำกับหนัง นักเขียน นักวาดรูปหรือนักแต่งเพลง ต้องทำอย่างไร แต่ตอนนี้ฉันเลือกแบบนี้ สมมุติว่าอยากทำหนัง ต้องเข้าตัวเองก่อน ถ้าไม่เข้าใจตัวเองทำหนังไม่ได้ ต้องรู้ก่อนว่า จะสื่ออะไร ต้องการให้หนังออกมาอารมณ์ไหน แล้วทำอย่างไรหนังถึงจะออกมาแบบนั้น พอรู้ปุ๊บก็ไปเลือกช่างภาพ หานักแสดง ไม่ใช่อยากทำหนังแล้วไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ โดยไม่รู้อะไรเลย รู้จักแต่ดารา การประสานงาน แต่จับหัวใจสิ่งที่ทำไม่ได้

ดวงดาวในลมหายใจ

ผมมองไปรอบ ๆ ร้านมิตรไทย ก่อนจะก้าวออกมาเดินปะปน กับผู้คนบนท้องถนนของ ‘เมืองในฝัน’
ประกายเจิดจ้าของดวงอาทิตย์ลดความสว่างลงทุกขณะ
ผมนึกถึงเด็กน้อยที่นั่งจ้องหน้าทีวีขาวดำ นักเรียนหญิงตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสืออย่างคร่ำเคร่ง ผู้กำกับละครเวทียิ้มร่ารับเสียงปรบมือ พนักงานบริษัทโฆษณา ที่สาละวนกับการงานด้วยใบหน้าเครียดหมอง ศิลปินสาวปาดเส้นและสีลงบนผืนผ้าใบอย่างขะมักเขม้น

“คนเราเปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงต้องค้นหาตัวเองทุกวัน สิ่งสำคัญในชีวิตของฉันคือต้องมีความสุขก่อน แล้วค่อยคิดว่าอยากทำอะไร ฉันไม่ยึดว่าต้องเป็นศิลปิน แค่ช่วงนี้วาดรูปแล้วมีความสุขเท่านั้นเอง ฉันจะต้องใช้ชีวิตต่อไปจนกว่าจะถึงวันตาย ถ้าไม่ทำอะไรบางอย่าง ก็ต้องนั่งเฉย ๆ รอวันนั้น ซึ่งคงนานมาก เลยต้องทำอะไรไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ถึงวันตายอย่างมีความสุข”
รถบัสสีส้มคันหนึ่งแล่นผ่านไป ภายในรถคันนั้นเบียดเสียดยัดเยียดด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติ ล้อกลม ๆ ของมันหมุนวนไกลห่างออกไปเรื่อย ๆ ผมจึงมองเห็นเพียงสัมภาระมากมายที่กองรวมกันอยู่บนหลังคา
ที่นี่เป็นจุดหมายของผู้โดยสารหลายคน แต่ที่นี่อาจไม่ใช่ “เมืองในฝัน” ของทุกคน
สายน้ำปายกระเพื่อมไหวสะท้อนประกายแดดระยิบระยับ มันไหลเอื่อยลัดเลาะไปในท่ามกลางหุบเขา ไปในเส้นทางของตัวเอง

ปายอาจเป็นเพียงจุดหมายที่ไร้ความหมาย ที่นี่ ที่นั่น และทุกหนทุกแห่ง อาจเป็นเพียงจุดหมายที่ไร้ความหมาย
หากสายตาของเราเหม่อมองแค่ทัศนียภาพภายนอก แต่ไม่เคยจ้องลึกลงไปเห็นทัศนียภาพภายใน และเอื้อมมือคว้าดวงดาวในลมหายใจของตัวเอง

———————————————————————————————————————————-

Technorati Tags: , , , ,

Advertisements

34 Responses to “13::วันเพ็ญ สังขมี เดินตามความฝันไปทันที่ “ปาย” ตอนที่2”


  1. 1 Tee' วันเสาร์, สิงหาคม 19, 2006 ที่ 12:42 am

    แวะมาเยี่ยมนะครับ
    ผมตี่นะครับ ไม่ได้ขึ้นไปเที่ยวนานแล้ว
    คิดถึงพี่ทั้งสองนะครับ
    หวังว่าคงสบายดีแล้วคงได้พบกันครับ

  2. 2 มิตรไทย|ปาย วันเสาร์, สิงหาคม 19, 2006 ที่ 7:20 am

    คิดถึงด้วยนะ
    แล้วทำไรอยู่ง่ะ ตอนนี้

  3. 3 Tee' วันเสาร์, สิงหาคม 19, 2006 ที่ 7:53 am

    ปั้นดินเผาเล่นกับทำงานประจำครับ
    อยู่ว่างๆมาปีหนึ่ง ปั้นถ้วยชา กาแฟ ทำจนเงินหมดครับ
    เลยกลับมาทำงานเหมือนเดิมก่อน

    รอยกสองอยู่ครับ

  4. 4 john วันเสาร์, สิงหาคม 19, 2006 ที่ 11:25 am

    เขียนได้เป็นเรื่องราว ดีจังอะ อยากไปเที่ยวปาย ผมจะเปิดร้านลาบ
    ขายส้มตำ อย่างน้อยคงพอมีข้าวกิน

  5. 5 ไฟน์ วันเสาร์, สิงหาคม 19, 2006 ที่ 5:55 pm

    ถ้าไม่ติดว่าพ่อแม่หวังไว้มาก(เพราะเป็นลูกคนเล็ก) คงไปอยู่แล้ว
    แต่ตอนนี้ เอาปายไว้เป็นที่พักผ่อนไปก่อน
    คิดถึงปาย และร้านมิตรไทย

  6. 6 moodee.. วันอาทิตย์, สิงหาคม 20, 2006 ที่ 9:34 am

    สวัสดีค่ะ
    โชคดีที่โลกในเน็ต หมุนให้ได้มาเจอกัน
    วันนึงจะเดินทางไปเมืองปายค่ะ .. ตั้งใจไว้แบบนั้น
    ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้ได้รู้จักและได้เห็นเมืองปาย
    ล่วงหน้ามากขึ้นกว่าเดิม . . .

  7. 7 bact' วันอาทิตย์, สิงหาคม 20, 2006 ที่ 11:36 am

    “กูต้องลาออก”

    … สเต็ปแรกผ่าน สิ้นเดือนนี้จะหมดงาน สิ้นเดือนหน้าบินกลับบ้าน

    แต่จะทำอะไรต่อยังไม่รู้เลย …

    ปายเป็นยังไง ไม่รู้จัก อยากไปดู

  8. 8 มิตรไทย|ปาย วันอาทิตย์, สิงหาคม 20, 2006 ที่ 1:40 pm

    มาสิ.. ก่อนที่จะมีงานทำ ..เลยเชียงใหม่มานิดหน่อย..3 ชั่วโมง

  9. 9 ทอมครับ วันจันทร์, สิงหาคม 21, 2006 ที่ 9:38 am

    เราทำอะไรอยู่หว่า ….

    สุดยอดเลยครับ พี่กัมมี่

  10. 10 ตินกานต์ วันอังคาร, สิงหาคม 29, 2006 ที่ 3:58 pm

    ตอนนี้ ฉันกำลังนั่งหัวหมุนและมึนอยู่กับงานหน้าจอ
    ทึบตันอย่างที่สุด….
    วันนี้ผ่านไปช้าและเร็วมากเกินไป
    ฉันโหยหาความพอดี

    ฉันมีหนังสือนกของพระเจ้าอยู่ในมือมานานแล้ว
    แต่ยังอ่านไปไม่ถึงไหน
    ทว่าฉันมาอ่านที่นี่แล้ว
    และอ่านไปถึงปาย…

    ขอบคุณมาก

  11. 11 เปิ้ล วันจันทร์, กันยายน 4, 2006 ที่ 3:48 pm

    คิดถึงปายมากกกก ทุกครั้งที่เหงา อยากไปมาก

    แต่ว่าไม่มีวันหยุดเลยทำไงดี

  12. 12 ploy วันอังคาร, กันยายน 5, 2006 ที่ 3:38 pm

    อ่านแล้ว ชอบมากเลย เคยไปอยู่ปายมาสองอาทิตย์ มีความสุขมากๆ ชอบบรรยากาศของเมืองปาย เคยไปซื้อโปสการ์ดที่มิตรไทย สวยดี ชอบภาพร้าน be bob ที่ยังป็นร้านเก่า
    ตอนนี้ว่างๆ ยังหางานไม่ได้ จริงๆแล้วอยากมีโอกาสทำอะไรสักอย่างอยู่ที่ปาย พอได้อ่านบทความของพี่แล้ว มันคงไม่มีอะไรยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราเริ่มต้นให้ได้
    ตอนนี้คิดถึงเมืองปาย คิดถึง be bob เดี๋ยวจะขึ้นไปเร็วๆนี้แน่ แล้วจะไปหามิตรไทยจ้า

  13. 13 พันธุ์ วันจันทร์, ตุลาคม 9, 2006 ที่ 2:21 pm

    อยากมีโอกาสมาเที่ยวที่ปายเหมือนกัน แต่แค่รอวันที่มันเหมาะ เหมาะ ถึงจะได้มา เท่านั้นแหละ

  14. 14 พัน วันอังคาร, ตุลาคม 10, 2006 ที่ 3:18 pm

    ยินดีด้วยครับที่คุณวันเพ็ญค้นเจอตัวเอง อยากคุยกะคุณมากเลย we_phan@hotmail.com ยินดีคุยด้วยครับ

  15. 15 พัน วันอังคาร, ตุลาคม 10, 2006 ที่ 3:25 pm

    ผมเองก็มีความคิดคล้ายกับคุยวันเพ็ญแหละ คือกลับคืนสู่ธรรมชาติที่มันไม่วุ่นวาย แล้วหายอะไรทำอย่างมีความสุขตามที่ตัวเองต้องการ และตอนนี้ก็ได้ทำบ้างแล้ว

  16. 16 มิตรไทย|ปาย วันอังคาร, ตุลาคม 10, 2006 ที่ 9:56 pm

    ก็อยากจะบอกว่า
    ถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ มันมีความสุขจิง ๆ แต่ต้องตั้งใจทำนะ
    และมันก็มีความเหนื่อย มีปัญหาเหมือนกัน แต่เรารักของเราก็ต้องสู้หน่อย อย่าท้อ ผลตอบแทนมันคุ้มกับชีวิตที่เกิดมา

    ก็อยากคุยก็มาคุยกันในนี้ได้
    แต่ถ้าอยาก สองต่อสอง ก็เชิญเมลมาด้ายจ้า
    gummm3@hotmail.com

  17. 17 พันธุ์ วันพุธ, ตุลาคม 11, 2006 ที่ 9:25 am

    ครับ ผมก็มีความสุขแบบที่ผมมี อย่างที่ผมได้ทำ แต่มันก็ยังทำไม่ได้อย่างที่คาดเอาไว้ เพราะยังมีคนรอบข้างที่ยังไม่มีความคิดพร้อมที่จะเดินแบบที่เราอยากเดิน

  18. 18 ploy วันพฤหัส, ตุลาคม 19, 2006 ที่ 2:48 pm

    “การได้ทำในสิ่งที่ชอบมันมีความสุข”…จริงนะ แต่ไม่รู้จะทำไง เพราะเดินมาผิดทาง สิ่งที่อยากทำ มันก็ดูจะยากไปในเวลานี้…………..
    ใกล้สิ้นปีแล้ว ยิ่งคิดถึงปาย จะไปร้านที่เคยไปช่วยพี่เค้าทำงาน ตอนนี้พี่เค้าก็ไม่อยู่ซะแล้ว หาเพื่อนไปด้วยก็ไม่มีใครว่าง ปายเป็นไงบ้าง แค่ปีเดียว จะเปลี่ยนไปมากไหมนะ

  19. 19 iamterng ^_^ วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 26, 2006 ที่ 5:22 am

    จะไปปายวันที่ 27-30 พย. นี้อ่ะจ้า บุกเดี่ยวจาก กทม.เลย
    (เพราะไม่มีใครมาเป็นเพื่อน) T_T
    แล้วจะไปเที่ยวที่ร้านพี่ก๋ำนะจ๊ะ อยากไปมานานแล้ว
    เคยเห็นแต่ในหนัง กะในรูป อิอิ!!

  20. 20 OF..ja วันศุกร์, ธันวาคม 1, 2006 ที่ 9:43 pm

    ได้ไปเยี่ยมพี่ที่ร้านและอุดหนุนเสื้อกะกางเกงน่ารักๆมาด้วย

    อิจฉาชีวิตของพี่จิงๆ อยากทำได้บ้าง แต่ว่าชีวิตมันยังมีห่วงอยุ่

    รอบๆตัวที่ยังดึงไม่ออก คงต้องรอเวลาต่อไป

    แต่ยังไงก้อรักปาย นะจ๊ะ @^_^@

  21. 21 น้อง nurse *-* วันศุกร์, ธันวาคม 8, 2006 ที่ 12:31 am

    ตอนนี้กำลังนั่งทำงานอยู่ค่ะรอเวลาที่จะได้กลับไปที่ปายอีกชอบจิงๆ ชอบมากค่ะ ชอบเจ้าของบทความด้วยต้องเป็นพี่เจ้าของร้านแน่เยย ต้องกลับไปเยี่ยมปายอีกแน่ค่ะ ปล.ถ้าเป็นไปได้อยากไปอยู่และใช้ชีวิตที่ปายเลย เมืองไรไม่รุ๊น่าอยู่เป็นบ้า เมืองในฝัน

  22. 22 แม่ส้มแป้น วันเสาร์, ธันวาคม 9, 2006 ที่ 5:47 am

    รักจัง รักปาย

    เคยใช้ปายเป็นแค่ทางผ่านในการหาอาหารมื้อเช้า ก่อนเลยไปแม่ฮ่องสอน
    รู้สึกชอบบรรยากาศของเมืองนี้ เมืองเล็กๆ น่ารัก ที่เห็นผู้คนเดินไปมา
    แต่สามีบอกว่า แม่สามีไม่ชอบคนต่างชาติพลุกพล่าน เราเลยไม่ได้พักที่ปาย…เพราะพวกเขาคิดว่า…ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไร

    แต่สำหรับฉันแล้ว..แอบท่องไว้ในใจว่า จะต้องกลับมาอีก..นะ ปายนะ

    ไปเช่าหนัง “รักจัง” มาดูเพิ่มบิ้วอารมณ์อีกนิด

    ล่าสุด เพิ่งกลับจากฮันนีมูน (เป็นการเดินทางฉลองการแต่งงานครบ 2 ปี)
    ฉันตั้งใจจะไปปายให้ได้…สามีก็ตามใจ…เพราะไปกันฉองต่อฉอง

    เนื่องจากมีแผนแอ่วเมืองเหนือหลายที่ จึงได้พักที่ปายที่คืนเดียว แต่ก็สมใจแล้ว (แต่ยังไม่สะใจ…นะ)
    ได้เดินเล่นเย็นๆ ใจในตัว อ.ปาย
    เดินถ่าย ถ่าย ถ่าย ถ่ายรูปในถนนคนเดืน (แต่ก็มีรถวิ่งได้)
    แวะร้านโปสการ์ด (ของโปรดที่สุดเลย) เลือกมาได้หลายแผ่น กับของที่ระลึกสุดเก๋จากปาย…
    แวะร้านน้องเบียร์ ที่เพื่อนที่ออฟฟิศบอกว่า ต้องไปทานข้าวซอยให้ได้ แต่วันนี้ไม่มีข้าวซอย ฉันจึงทานแต่แกงฮังเล อร่อยไม่แพ้กัน…
    แวะซื้อโรตีจากอาบังแต่ดูท่าจะเป็นชาวเขาแฮะ – – พู่ ม่า ค่อ ช้า ซ๊า ท่า หร่า
    คนรุมซื้อ ยืนรอกันนานสัก 20 นาที
    (ยืนขายกันสองผัวเมีย แต่อาบังดูท่าอาบังจะอารมณ์ดี- -ขายไป ยิ้มทักทาย พูดคุยกับคนซื้อไปพลางๆ)
    ตอนเช้าแวะทานข้าวต้มหมูเห็ดหอมร้อนๆ ใส่ไข่ใส่ขิง…อร่อยดี ที่ร้านผัดไทหน้าวิน (คุณป้าเจ้าของร้านก็ใจดี ทักทายลูกค้าอย่างเป็้นกันเอง)
    เสร็จแล้ว ฉันตื้อให้สามีพาไปจิบการแฟในร้านเก๋ๆ อย่าง all about Coffee อีก…กาแฟอุ่นๆ กับ บินอฟฟี่ปาย..ง่ำ ง่ำ หย่อย

    ตอนสามีขับรถเคลื่อนตัวจากเมืองปาย….
    ฉันหัวเราะชอบใจที่ได้มาอย่างที่ฝันไว้
    บอกกับตัวเอง บอกกับสามี แล้วยังกลับมาบอกกับเพื่อนๆ ที่ทำงานอีกว่า
    ถ้าฉันได้ทำงาน แบบที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ แค่นั่งคิดงานจากมุมโลกมุมไหนก็ได้ แล้วค่อยส่งงานมาที่กรุงเทพทางอินเตอร์เน็ต
    ทำได้งั้น…ก็ดีน่ะสิ…ฉันจะมานั่งคิดงานที่ปายสักเดือน สองเดือน
    แล้วก็ย้ายที่นั่งคิดงาน ไปที่อื่นต่อ (เช่น เกาะหมาก)
    โอยยยยย แค่นี้ ชีวิตฉันก็มีความสุขแล้ว
    …….
    555 ก็แค่ฝัน…สามีที่นั่งข้างๆ ค้อนขวับๆ บ่นว่า..แล้วจะทิ้งเค้าไปได้ไง

    ((((( just share idea kha )))))

  23. 23 ploy วันอาทิตย์, ธันวาคม 10, 2006 ที่ 6:01 pm

    ศุกร์นี้จะไปปายแล้ว……แล้วจะแวะไปหามิตรไทยนะ คิดถึงปายจ้า…..

  24. 24 kookie วันอังคาร, ธันวาคม 26, 2006 ที่ 1:14 am

    ไปอุดหนุนร้านพี่มาเมื่อ2เดือนก่อน ชอบมากๆอยากอยู่ที่ปายมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
    หลงรักเชียงใหม่กับแม่ฮ่องสอนเข้าแล้ว

  25. 25 This is LIFE วันเสาร์, กันยายน 8, 2007 ที่ 10:04 pm

    อยากไป “อยู่” ปายเหมือนกัน…
    รอให้ได้ทำอะไรเพื่อคนที่หวังไว้กับเราอีกซักหน่อยก่อน..

    อ่านเรื่องของพี่ๆครั้งแรกจาก “นกของพระเจ้า”
    เป็นกำลังใจให้เวลาที่ท้อแท้เสมอมา..ขอบคุณ “ชีวิต” ของพวกพี่นะคะ

    สุดท้าย..
    อยากถามว่า เพลงที่ใช้ในเว็บตอนนี้ เพลงอะไรและของใครคะ?

  26. 26 gummy วันอาทิตย์, กันยายน 9, 2007 ที่ 3:59 pm

    you don’t know anything ของ the english department
    เอาเมาท์วางบนลำโพง ชื่อเพลงกะชื่อวงจะปรากฎค่ะ

  27. 27 sawsa วันจันทร์, กันยายน 10, 2007 ที่ 4:51 pm

    เคยมีความฝันอยากเป็นครูชาวเขา แต่เป็นลูกสาวคนเล็ก แม่พ่อเป็นห่วงจัง เคยทำตัวดีมาตลอด จนดีแตกเป็นระยะ แม่ก็ยังหาว่าเป็นเด็กเล็ก ส่วนนิสัยตัวเองก็โง่เง่า ไม่ค่อยกล้า ด้วยว่ามีแมโอ๋มาตลอด อิจฉาที่ได้เห็นคนที่ได้ทำตามใจอยากได้ เมื่อไรจะได้ทำอย่างใจบ้างไม่รุ อยากไปอยู่ไกลๆ ไปทำไร่ก็ได้ เบื่อสังคมจอมปลอม แม่ก็ชอบกดดัน เอาเรื่องคนนี้คนนั้นมาใส่หัว เพื่อนเค้าได้ดิบได้ดี มีรถมีบ้านโก้หรู ทีตัวเองยังเที่ยวเตร็ดเตร่ไปทำงานที่นั่นที่นี่ ไม่มีหลักปักฐานกะเค้าสักที แม่ไม่รุหรอก เราสบายใจที่ได้ทำ
    เห้อๆๆๆ อิจฉาคนปายดอย

  28. 29 Ple วันพุธ, ตุลาคม 3, 2007 ที่ 12:15 pm

    ดีใจที่ได้ค้นพบตัวเองและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการด้วยค่ะ
    ฝันว่าสักวันจะไปปาย อีกไม่นานเราคงจะได้เจอกัน…มิตรไทย/ปาย

  29. 30 CheRRy วันพุธ, ตุลาคม 3, 2007 ที่ 10:22 pm

    อ่านเรื่องของพี่ทีไร แรงฮึดมันกลับมาทุกทีเลยค่ะ

    เจอกันเร็วๆนี้ ซียูซูนนนนนน

  30. 31 natty วันจันทร์, ตุลาคม 8, 2007 ที่ 4:20 pm

    อ่านแล้วได้แง่คิดให้กับชีวิตเพิ่มอีกเยอะเลยอ่ะ ขอบคุณมากๆ พรุ่งนี้เจอกันที่ปายค่ะ ไปไฟว์หกโมงสิบห้าพักที่ปายวิมานค่ะ

  31. 32 natty วันจันทร์, ตุลาคม 8, 2007 ที่ 4:21 pm

    หนังสือพี่ที่ร้านพี่มีขายมั๊ยคะอยากหาไว้เป็นเจ้าของอ่ะ

  32. 33 โดรา เอม่อน วันเสาร์, มิถุนายน 18, 2011 ที่ 3:53 pm

    อยากไปใช่ชีวิตที่ปายคะอยู่กทม.แล้วเครียดช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะอ่านเรื่องราวของคุญแล้วตัดสินใจได้เลยแต่เรามีกันสองคนกับลูกชายไม่มีเงินเก็บสักบาทแต่ถ้ารอมีเงินชาตินี้คงไม่ได่ไป เราไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ยังงัยพอหั้ยคำแนะนำได้ไหมคะไปแล้วพอที่จะมีงานทำพอมีเงินกินข้าวได้ป่าวขอแค่มีข้าวกินมี ร.ร.ให้ลูกชายเรียนก็พอแล้วชีวิตไม่ได้ต้องการอะไรมากอยากอยู่อย่างสงบ ทำงานเล็กๆน้อยๆพอมีข้าวกินแล้วได้มีโอกาสช่วยงานวัด ถือศีลจะดีมาก


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s




  • 1,074,154 ดวงจิต

Mitthai links:)

about blog

Photobucket - Video and Image Hosting
ร้านมิตรไทย เป็นร้านขายของที่ระลึกๆเล็กๆ และกวนๆร้านหนึ่ง มีประชากรแสนขี้เกียจ 2 คน อยู่แถวๆ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ทางตอนใต้สุดของประเทศจีน
Mitthai Art Shop เป็นบล็อกที่พูดถึงปาย(pai),การใช้ชีวิตในอ.ปาย,ที่ท่องเที่ยวในอ.ปายจ.แม่ฮ่องสอน,โลกของร้านมิตรไทย,ข้อมูลอ.ปาย,ที่พักอ.ปาย,การเดินทางมาอ.ปาย,ร้านมิตรไทย,เสื้อยืดปาย,pai-t-shirt,โปสการ์ดปาย,จำหน่ายของที่ระลึกเกี่ยวกับอ.ปาย,เข็มกลัดอ.ปาย,utopai,ยูโทปาย,งานศิลปะ,ภาพถ่ายเมืองปาย,การถ่ายภาพ


%d bloggers like this: